Knowledge Hub

อย. คืออะไร สำคัญอย่างไร และสินค้าประเภทไหนต้องมีเครื่องหมาย อย.

TBR Team
เขียนโดยTBR Team
1 กรกฎาคม 2569
อย. คืออะไร สำคัญอย่างไร และสินค้าประเภทไหนต้องมีเครื่องหมาย อย.

เวลาที่เราเลือกซื้ออาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง  หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต่าง ๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะต้องเคยเห็นเครื่องหมาย อย. ปรากฎอยู่บนสินค้าอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แต่เคยสงสัยกันไหมว่าเครื่องหมาย อย. ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนั้น จริง ๆ แล้วมันคืออะไร? การมีเครื่องหมายนี้บนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มันช่วยการีนตีเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้มากแค่ไหน? และสินค้าทุกชนิดจำเป็นต้องมีหรือไม่? วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกัน

อย. คืออะไร มีหน้าที่อะไร?

สำหรับ อย. ย่อมาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ที่มีหน้าที่หลักในการดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้มั่นใจว่า อาหารหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กำลังวางขายในท้องตลาด มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค

ส่วนหน้าที่ของ อย. ไม่ใช่แค่การออกเลขหรือเครื่องหมายเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาด ควบคุมการผลิต การนำเข้า และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังติดตามและกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด ด้วยการสุ่มตรวจวิเคราะห์สินค้าที่วางขายจริงว่ายังได้มาตรฐานเดิมหรือไม่

ขณะเดียวกัน อย. ยังกำกับและควบคุมไม่ให้มีการใช้คำโฆษณาเกินจริง หรือหลอกลวงผู้บริโภค พร้อมกับดำเนินบทบาทในการเป็นหน่วยงานทีให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ พูดง่าย ๆ คือ เครื่องหมาย อย. เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานเบื้องต้นแล้วว่า “ปลอดภัย” ไม่ใช่สินค้าเถื่อนที่ผสมสารอันตราย ทั้งก่อนวางขายและหลังวางขายนั่นเอง

สินค้าประเภทใดบ้างที่ต้องมีเครื่องหมาย อย. ?

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าสินค้าทุกชนิดที่จำหน่ายอยู่ในประเทศไทยจะต้องขออนุญาตใช้เครื่องหมาย อย. ติดอยู่บนฉลากของผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น พวกเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นจะมีมาตรฐาน มอก. แทน แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริโภค หรือ “กิน” และผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภค หรือ “ใช้” กับร่างกายโดยตรง จะถูกแบ่งกลุ่มการควบคุมโดย อย. ดังนี้:

  • อาหารและเครื่องดื่ม: ตั้งแต่น้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงอาหารเสริม โดยจะมีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) บนฉลาก

  • ยา: ทั้งยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ (ต้องมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาก่อนจำหน่าย)

  • เครื่องสำอาง: ครีมบำรุงผิว เซรั่ม หรือครีมกันแดด แม้ปัจจุบันจะไม่มี “เลข อย.” ในวงกลมเหมือนอาหาร แต่ต้องมี “เลขที่ใบรับจดแจ้ง” ระบุบนฉลากชัดเจน

  • เครื่องมือแพทย์: ตั้งแต่ถุงมือยาง หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล หรืออุปกรณ์ปลูกผม ไปจนถึงเครื่องมือผ่าตัดขนาดใหญ่

  • วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน: เช่น ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อ

  • วัตถุเสพติด (ที่ใช้ทางการแพทย์): เช่น ยานอนหลับ หรือสารระงับประสาทบางประเภท

อย. รับรองมาตรฐานสินค้าทางการแพทย์ได้ไหม?

คำถามที่พบบ่อยก็คือ อย. สามารถรับรองมาตรฐานสินค้าทางการแพทย์ได้หรือไม่? คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ได้และต้องทำอย่างเคร่งครัดด้วย สำหรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะนำมาใช้ในโรงพยาบาลหรือจำหน่ายทั่วไป จะต้องผ่านการตรวจสอบจากกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ของ อย.

โดยมีการแบ่งระดับความเสี่ยงตามประเภทสินค้า เช่น เครื่องวัดความดัน ชุดตรวจ ATK หรือแม้แต่ซิลิโคนเสริมความงาม หากไม่มีการรับรองจาก อย. สินค้าเหล่านั้นจะถือว่าผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

มาตรฐาน อย. คืออะไรและสำคัญอย่างไร?

การที่ผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นจะได้รับเครื่องหมาย อย. ไม่ใช่แค่การเดินไปขออนุญาตแล้วจบ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบหลายมิติ ลองนึกภาพว่าถ้าไม่มี อย. คอยคัดกรอง เราอาจจะซื้ออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือใช้เครื่องสำอางที่ทำให้หน้าพังได้โดยไม่รู้ตัว มาตรฐานดังกล่าวจึงสำคัญในแง่มุมต่าง ๆ ดังนี้

  1. ความปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ช่วยคัดกรองสินค้าที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม เช่น สารปรอทในครีม หรือสารไซบูทรามีนในอาหารเสริมลดน้ำหนักที่มักพบเป็นข่าวบ่อย ๆ

  2. มาตรฐานการผลิต (GMP) โรงงานที่ผลิตสินค้าต้องมีสุขลักษณะที่ดี มีขั้นตอนการผลิตที่สะอาดและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

  3. ความน่าเชื่อถือของสรรพคุณ ลดโอกาสการถูกหลอกลวงจากโฆษณาที่อ้างว่า “รักษาได้สารพัดโรค” หรือ “เห็นผลทันที” หรือ “การันตีใน 7 วัน” ซึ่งมักพบในสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

  4. การติดตามผลเมื่อเกิดปัญหา หากใช้สินค้าแล้วเกิดผลข้างเคียง เลข อย. จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สืบหาแหล่งผลิตและระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจสอบเลข อย. ให้ชัวร์ก่อนจ่ายเงิน

  1. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หรือ Line: โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของ อย. (oryor.com) หรือเพิ่มเพื่อนใน Line @FDAThai เพื่อกรอกเลข 13 หลักแล้วตรวจสอบ

  2. เช็กข้อมูลให้ตรงกัน: ชื่อผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และผู้ผลิต ที่ปรากฏในระบบต้องตรงกับข้อมูลบนกล่องหรือแพ็คเก็จสินค้า

  3. สังเกตลักษณะเครื่องหมาย: ต้องชัดเจน ไม่เลอะเลือน และมีเลขรหัสระบุอยู่ภายในกรอบครบถ้วน

  4. ดูสถานะการอนุญาต: บางครั้งเลขอาจจะเคยมีอยู่จริง แต่ “ถูกยกเลิก” หรือ “หมดอายุ” ไปแล้ว ต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบันด้วย

สัญญาณเตือนที่ควรระวัง!

อย่างไรก็ตามแม้สินค้าจะมีเลข อย. แปะอยู่ แต่ก็ควรจะต้องระมัดระวังหากพบสิ่งผิดปกติเหล่านี้บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์

  • เลข อย. ปลอม: อาจสุ่มเลขขึ้นมาเอง หรือเอาเลขของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาแปะแทน เช่น เอาของน้ำดื่มมาแปะในอาหารเสริม

  • โฆษณาเกินจริง: เช่น “กินแล้วขาวใน 3 วัน” หรือ “รักษาโรคมะเร็งหายขาด” ต่อให้มี อย. จริง แต่โฆษณาแบบนี้ก็ถือว่าผิดกฎหมาย

  • ราคาถูกจนน่าสงสัย: สินค้าบางประเภทมีต้นทุนการผลิตและค่าตรวจสอบมาตรฐาน หากราคาถูกเกินไปอาจเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบของได้มาตรฐาน

  • ไม่มีที่อยู่ผู้ผลิตชัดเจน: สินค้าที่ได้มาตรฐานต้องระบุแหล่งผลิตหรือผู้นำเข้าบนฉลากอย่างโปร่งใสและชัดเจน

สรุป

อย. คือ เครื่องหมายพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการการันตีความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ การเลือกซื้อสินค้าที่มีการรับรองอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับสารอันตรายและผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด อย่างไรก็ตาม อย. เป็นเพียงมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต้นเท่านั้น ผู้บริโภคอย่างเราก็ยังคงต้องพิจารณาความเหมาะสมในการใช้งาน ว่าผลิตภัณฑ์นั้นเหมาะสมกับตนเองหรือไม่รวมถึงควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปด้วยเสมอ

มาตรฐาน อย. ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าสินค้านั้น “ดีที่สุด” หรือ “อร่อยที่สุด” แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้านั้น “ปลอดภัยเพียงพอ” ที่เราจะนำมาใช้กับร่างกายนั่นเอง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มาตรฐาน IP65, IP66, IP67, IP68 ต่างกันอย่างไร? วิธีเลือกซื้อให้คุ้มค่าKnowledge Hub

มาตรฐาน IP65, IP66, IP67, IP68 ต่างกันอย่างไร? วิธีเลือกซื้อให้คุ้มค่า

การเข้าใจความต่างระหว่าง IP65, IP66, IP67 และ IP68 จะช่วยให้คุณเลือกซื้อสินค้าได้อย่างคุ้มค่า ตรงโจทย์การใช้งาน และไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเ...

TBR Team
โดยTBR Team
1 ก.ค. 2569
มาตรฐาน GHP คืออะไร? สรุป 9 ข้อ พร้อมความต่างของ GMP และ GHPKnowledge Hub

มาตรฐาน GHP คืออะไร? สรุป 9 ข้อ พร้อมความต่างของ GMP และ GHP

มาตรฐาน GHP คืออะไร? สรุป GHP 9 ข้อ พร้อมอธิบาย GHP Certificate และความแตกต่างระหว่าง GHP กับ GMP ที่ธุรกิจอาหารควรรู้

TBR Team
โดยTBR Team
1 ก.ค. 2569
COA คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ วิธีดู COA สินค้าแบบไหนคือผ่านมาตรฐานKnowledge Hub

COA คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ วิธีดู COA สินค้าแบบไหนคือผ่านมาตรฐาน

COA (Certificate of Analysis) คืออะไร? สินค้าอะไรบ้างที่ต้องมีเอกสาร COA พร้อมวิธีดูสำหรับผู้บริโภค รู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่จะซื้อผ่านมาตรฐ...

TBR Team
โดยTBR Team
1 ก.ค. 2569