“ใบอนุญาตสถานพยาบาล” มีกี่ประเภท มีขั้นตอนการขออย่างไร และกฎหมายที่ต้องรู้มีอะไรบ้าง?


การเปิดคลินิกเสริมความงาม คลินิกทันตกรรม หรือสถานพยาบาลเฉพาะทาง สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การออกแบบสถานที่ให้สวยงาม การมีแพทย์ผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญ หรือการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ แต่เป็นการขอ “ใบอนุญาตสถานพยาบาล” เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าสถานพยาบาลนั้น ๆ มีมาตรฐานที่เหมาะสมในการให้บริการด้านสุขภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการและป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาภายหลัง
วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกประเด็นที่ต้องรู้เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตสถานพยาบาล เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างมืออาชีพ
ใบอนุญาตสถานพยาบาลมีกี่ประเภท
ในการเปิดสถานพยาบาลนั้นจำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตหลัก 2 ฉบับที่ทำงานคู่กันคือ
1. ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ. 7)
เอกสารทางกฎหมายที่อนุญาตให้บุคคลหรือนิติบุคคลสามารถเปิดและเป็นเจ้าของสถานพยาบาลได้ โดยใบอนุญาตนี้จะออกให้แก่ “ผู้ประกอบกิจการ” ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการแพทย์หรือสาธารณสุขก็ได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยใบอนุญาตนี้เน้นที่ตัวตนของเจ้าของและความพร้อมของสถานที่และเงินทุน ตัวอย่าง
ใบอนุญาตฉบับนี้มีอายุ 10 ปี โดยผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อคงสภาพใบอนุญาตให้ยังมีผลตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตได้
2. ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ. 19)
เอกสารทางกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์, ทันตแพทย์, พยาบาล, นักเทคนิคการแพทย์, นักกายภาพบำบัด หรือแพทย์แผนไทย เป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งเรียกว่า “ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล” โดยต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยในสถานพยาบาลนั้น ๆ ดังนี้
ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ
ดูแลความสะอาดเรียบร้อยและความปลอดภัยของสถานพยาบาล
ตรวจสอบรายงาน ข้อมูลคนไข้ และเวชระเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล มีอายุ 2 ปี และต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปี โดยผู้ดำเนินการต้องคงคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการ หากมีการเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการ จะต้องยื่นขอแก้ไขใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ดาวน์โหลดใบขออนุญาต : คลิก
หมายเหตุ: ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ. 7) และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ. 19) อาจเป็นคนเดียวกันก็ได้ หากเจ้าของเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตสถานพยาบาล ต้องทำอย่างไร?
สำหรับกระบวนการขอใบอนุญาตสถานพยาบาล ไม่ใช่เพียงการยื่นเอกสารแล้วจบไปเท่านั้น แต่ขั้นตอนนี้คือการพิสูจน์มาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติ เพื่อให้ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดเจาะลึกในแต่ละขั้นตอนดังนี้:
1. การเตรียมสถานที่และยื่นแบบแปลน
ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะหากก่อสร้างคลินิกไปแล้วไม่ตรงตามมาตรฐาน การแก้ไขภายหลังจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยการยื่นแบบแปลนจะต้องยื่นแบบแปลนอาคารในมาตราส่วน 1:100 ที่แสดงรายละเอียดทุกห้องอย่างชัดเจน ต่อเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)
โดยมีเกณฑ์มาตรฐานพื้นที่กำหนดไว้ดังนี้
ทางเดิน: ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 80-100 ซม. เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ห้องตรวจ: ต้องเป็นสัดส่วน มิดชิด และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเครื่องมือแพทย์พื้นฐาน
ระบบระบายอากาศ: ต้องมีการถ่ายเทอากาศที่ดี หากเป็นห้องผ่าตัดเล็กหรือห้องทำหัตถการ ต้องมีระบบควบคุมความดันอากาศตามมาตรฐาน
จุดพักขยะติดเชื้อ: ต้องแยกออกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน มีฝาปิดมิดชิด และตั้งอยู่ในจุดที่รถเก็บขนขยะเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่านโซนสะอาด
2. การยื่นคำขอและจัดเตรียมเอกสาร
ต้องดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาต 2 ประเภทควบคู่กันเสมอ เพื่อให้สถานพยาบาลเปิดดำเนินการได้ตามกฎหมาย
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ. 7): สำหรับฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของ “เจ้าของ” และ “สถานที่”
กรณีบุคคลธรรมดา: ใช้สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และหลักฐานทางการเงิน
กรณีนิติบุคคล: ต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานพยาบาล และรายชื่อกรรมการ
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ. 19): สำหรับฉบับนี้จะเป็นการมุ้งเน้นไปที่ความพร้อมของ “ผู้ควบคุมดูแล” ซึ่งจะต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพที่ยังไม่หมดอายุของผู้ดำเนินการ รวมถึงหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ. 20) พร้อมกับตรวจสอบว่า เวลาปฏิบัติงานของผู้ดำเนินการต้องไม่ปฏิบัติงานซ้ำซ้อนเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
3. การตรวจมาตรฐานสถานที่จริง
เมื่อตกแต่งสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์เรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเข้าตรวจหน้างานจริงตามหลักเกณฑ์ “5 ด้าน” อย่างละเอียด:
ด้านสถานที่: ตรวจวัดขนาดห้องจริง ป้ายชื่อคลินิกต้องมีขนาดและสีตามประเภทสถานพยาบาล แสงสว่างต้องเพียงพอ และมีห้องน้ำแยกสัดส่วนชัดเจน
ด้านความปลอดภัย: ตรวจสอบถังดับเพลิงที่ยังไม่หมดอายุ แผนผังทางหนีไฟ และการติดป้ายเตือนต่างๆ
ด้านเครื่องมือแพทย์: อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องได้มาตรฐาน มีการสอบเทียบ (Calibration) และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 100%
ด้านบุคลากร: เจ้าหน้าที่จะขอดูตัวจริงของผู้ประกอบวิชาชีพ หรือหลักฐานการจ้างงานพนักงานผู้ช่วย
ด้านยาและเวชภัณฑ์: การจัดเก็บยาต้องแยกหมวดหมู่ชัดเจน มีตู้เก็บยาอันตรายที่ล็อคได้ และมีการบันทึกบัญชีรับ-จ่ายยา (ย.จ. 9, ย.จ. 10) อย่างถูกต้อง
4. การพิจารณาและชำระค่าธรรมเนียม
หลังจากผ่านการตรวจ เจ้าหน้าที่จะสรุปผลเพื่อเสนออนุมัติใบอนุญาต หากมีจุดที่ต้องแก้ไขก็จะมีเวลาดำเนินการปรับปรุงตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะได้รับใบแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมประกอบกิจการและรายปี เพื่อรับใบอนุญาตฉบับจริงมาแสดงไว้ ณ สถานพยาบาล
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องจ่ายอะไรบ้าง?
หลายคนอาจกังวลว่าการขอใบอนุญาตจะมีค่าใช้จ่ายที่บานปลาย แต่จริงๆ แล้ว ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล นั้นค่อนข้างชัดเจน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับสถานพยาบาลประเภทคลินิกควรเตรียมงบประมาณส่วนนี้ไว้ ดังนี้:
ค่าคำขอฉบับละ 100 บาท: ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นยื่นเอกสาร
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ. 7) 1,000 บาท: ฉบับนี้เปรียบเสมือนใบเกิด ของคลินิก ออกให้ในนามเจ้าของธุรกิจ (บุคคลหรือนิติบุคคล) เพื่อยืนยันว่าสถานที่นี้ได้รับอนุญาตให้เป็นสถานพยาบาลแล้ว
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ. 19) 500 บาท: ฉบับนี้คือใบอนุญาตสำหรับแพทย์ผู้ดูแล ที่จะมาลงชื่อรับผิดชอบการรักษาในคลินิก
ค่าธรรมเนียมรายปี 500 บาท: ต้องชำระทุกปีเพื่อคงสภาพใบอนุญาตให้ยังใช้งานได้อยู่เสมอ
ข้อควรระวัง: หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดภายหลัง เช่น เปลี่ยนชื่อคลินิก หรือย้ายสถานที่ตั้ง ก็จะมีค่าธรรมเนียมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงครั้งละประมาณ 200 – 500 บาท ขึ้นอยู่กับกรณี
กฎหมายและระเบียบสำหรับสถานพยาบาลที่ต้องปฏิบัติ
การดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลมีข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยมี กฎหมายและระเบียบสำหรับสถานพยาบาลที่ต้องปฏิบัติ สำคัญ ๆ ดังนี้
การโฆษณา: ต้องขออนุมัติเนื้อหาโฆษณาทุกครั้งก่อนเผยแพร่ (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์) เพื่อป้องกันความผิดฐานโฆษณาเกินจริง
การแสดงป้าย: ต้องมีป้ายชื่อสถานพยาบาลที่ระบุเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และแสดงรูปถ่ายพร้อมใบอนุญาตของแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในขณะนั้นไว้ในที่เปิดเผย
มาตรฐานวิชาชีพ: ห้ามปล่อยให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์มาทำการรักษาแทนโดยเด็ดขาด (หมอกระเป๋า)
การเก็บรักษาเวชระเบียน: ต้องทำประวัติคนไข้และเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 5 ปี หรือมากกว่าตามกรณี
การทำทุกอย่างให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรก ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ธุรกิจราบรื่น แต่ยังเป็นรากฐานที่มั่นคงในการส่งมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้รับบริการ สามารถดูแบบคำขอสถานพยาบาล ทั้งหมดได้ที่ : สำหรับคลินิก หรือ โรงพยาบาล
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Knowledge Hubมาตรฐาน IP65, IP66, IP67, IP68 ต่างกันอย่างไร? วิธีเลือกซื้อให้คุ้มค่า
การเข้าใจความต่างระหว่าง IP65, IP66, IP67 และ IP68 จะช่วยให้คุณเลือกซื้อสินค้าได้อย่างคุ้มค่า ตรงโจทย์การใช้งาน และไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเ...

Knowledge Hubมาตรฐาน GHP คืออะไร? สรุป 9 ข้อ พร้อมความต่างของ GMP และ GHP
มาตรฐาน GHP คืออะไร? สรุป GHP 9 ข้อ พร้อมอธิบาย GHP Certificate และความแตกต่างระหว่าง GHP กับ GMP ที่ธุรกิจอาหารควรรู้

Knowledge HubCOA คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ วิธีดู COA สินค้าแบบไหนคือผ่านมาตรฐาน
COA (Certificate of Analysis) คืออะไร? สินค้าอะไรบ้างที่ต้องมีเอกสาร COA พร้อมวิธีดูสำหรับผู้บริโภค รู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่จะซื้อผ่านมาตรฐ...

